แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาคาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาคาร แสดงบทความทั้งหมด

กฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไข ในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารสำหรับอาคารในโครงการที่รัฐจัดให้มีหรือพัฒนาเพื่อเป็นที่อยู่สำหรับผู้มีรายได้น้อยพ.ศ. ๒๕๕๔

  ........

กฎกระทรวงว่าด้วยการยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไข ในการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารสำหรับอาคารในโครงการที่รัฐจัดให้มีหรือพัฒนาเพื่อเป็นที่อยู่สำหรับผู้มีรายได้น้อยพ.ศ. ๒๕๕๔


  ........

ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พ.ศ. 2553

                ที่ว่างในบริเวณที่ 2, บริเวณที่ 3, บริเวณที่ 5, บริเวณที่ 6 และบริเวณที่ 8 มีการปรับเปลี่ยนการแบ่งกลุ่มประเภทอาคารใหม่ จากเดิม ที่แบ่งเป็นอาคารที่พักอาศัยที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 กับอาคารพาณิช์หรืออาคารอื่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ในประกาศฯฉบับใหม่แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด อาคารสำนักงาน อาคารอยู่อาศัยรวม อาคารสาธารณะกับ อาคารพาณิชย์ บ้านแถว ห้องแถว ตึกแถวโดยข้อกำหนดที่ว่างของแต่ละกลุ่มประเภทอาคารยังคงเดิม ทั้งนี้ ยกเว้นในเขตพื้นที่ที่มีกฎกระทรวงควบคุมอาคารออกใช้บังคับ (บริเวณห้ามก่อสร้างฯ) ในบริเวณที่ 2 ก็ยังคงจะต้องจัดให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 เช่นเดิม
                ในประกาศฯฉบับเดิมมีการกำหนดหลักเกณฑ์การวัดความสูงไว้อยู่แล้ว ข้อแตกต่างคือ ประกาศฯฉบับเดิมกำหนดให้ใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวสำหรับบางบริเวณเท่านั้นและใช้เฉพาะอาคารที่สูงไม่เกิน 23 เมตร แต่ในประกาศฯฉบับนี้ให้ใช้เป็นหลักเกณฑ์การวัดความสูงสำหรับทุกบริเวณและทุกอาคาร กล่าวคือ ให้ถือระดับพื้นดินที่ก่อสร้างเป็นหลัก เว้นแต่กรณีมีการปรับระดับพื้นดินจนเท่ากับหรือสูงกว่าถนนสาธารณะ ก็จะให้วัดจากระดับถนนสาธารณะแทน ส่วนกรณีของการก่อสร้างบนเชิงลาดแนวเชิงเขา ให้วัดที่จุดที่ต่ำที่สุดของอาคารหลังนั้น การวัดความสูงจะวัดจนถึงจุดที่สูงที่สุดของอาคาร เว้นแต่เป็นอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาก็ให้วัดถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
                สำหรับประเภทอาคารหรือประเภทโครงการที่จะต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) หรือ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก็ได้ปรับเปลี่ยนไปตามเกณฑ์ในประกาศกำหนดประเภทโครงการที่ได้ออกมากก่อนหน้าแล้ว เช่น กรณี โรงแรมหรือที่พักตากอากาศ หรืออาคารอยู่อาศัยรวม ก็ได้เพิ่มเกณฑ์พื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 500 แต่ไม่ถึง 4,000 ตร.ม. สำหรับการต้องจัดทำ IEE และ 4,000 ตร.ม. ขึ้นไป สำหรับการต้องจัดทำ EIA, การจัดสรรที่ดิน ผ่อนคลายลงจากเกณฑ์ไม่เกิน 99 แปลงหรือต่ำกว่า 19 ไร่ จะต้องจัดทำ IEE เป็นไม่เกิน 250 แปลงหรือต่ำกว่า 100 ไร่ หากเกินกว่านี้ก็ต้องจัดทำ EIA


ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการขออนุญาตก่อสร้างสะพานข้ามคลอง พ.ศ. ๒๕๔๙



หน้า ๑๕๖ เล่ม ๑๒๓ ตอนที่ ๒๘ ง ราชกิจจานุเบกษา ๑๖ มีนาคม ๒๕๔๙
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดระเบียบวิธีปฏิบัติในการพิจารณาอนุญาตก่อสร้างสะพานข้ามคลอง
เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและเหมาะสมอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.. ๒๕๒๘ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงกำหนดระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ระเบียบนี้ให้เรียกว่า ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการขออนุญาตก่อสร้างสะพานข้ามคลอง พ.. ๒๕๔๙
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ ๔ ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้และให้มีอำนาจในการออกคำสั่งประกาศ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
หมวด ๑
ข้อความทั่วไป
ข้อ ๕ ในระเบียบนี้
สะพาน หมายความว่า สิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นสำหรับข้ามคลอง เช่น สะพานคอนกรีตเสริมเหล็กสะพานท่อ สะพานเหล็ก สะพานไม้ สะพานชั่วคราว
คลอง หมายความว่า คลอง ลำราง คูน้ำที่เป็นสาธารณะหรือที่เป็นของหน่วยงานอื่นที่อยู่ในการควบคุม ดูแล รักษาของกรุงเทพมหานครหรือหน่วยงานอื่น
หมวด ๒
การขออนุญาต
ข้อ ๖ การขออนุญาตก่อสร้างสะพานข้ามคลองที่อยู่ในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ให้ปฏิบัติตามระเบียบนี้
ข้อ ๗ การขออนุญาตก่อสร้างสะพานข้ามคลองที่อยู่ในการควบคุม ดูแล รักษาของหน่วยงานอื่นผู้ขออนุญาตก่อสร้างสะพานจะต้องได้รับอนุญาตและปฏิบัติตามเงื่อนไขการได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่ควบคุม ดูแล รักษาคลองนั้นก่อน
ข้อ ๘ การขออนุญาตก่อสร้างสะพานข้ามคลอง เพื่อเชื่อมต่อกับถนนที่อยู่ในการควบคุมดูแล รักษาของหน่วยงานอื่น ผู้ขออนุญาตก่อสร้างสะพานจะต้องได้รับอนุญาตและปฏิบัติตามเงื่อนไขการได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่ควบคุม ดูแล รักษาถนนนั้นก่อน
ข้อ ๙ ผู้ขออนุญาตก่อสร้างสะพานต้องยื่นแผนผังบริเวณ แบบแปลน รายการประกอบแบบแปลนและรายการคำนวณ พร้อมเอกสารหลักฐานวิธีการขออนุญาตตามกฎหมายคุมอาคารโดยให้มีหนังสือแจ้งวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์ที่ดินประกอบการขออนุญาตด้วย
ข้อ ๑๐ การยื่นขออนุญาตก่อสร้างสะพานท่อ สะพานไม้ สะพานชั่วคราวข้ามคลอง ให้ยื่นที่สำนักงานเขตพื้นที่ ส่วนสะพานอื่นนอกเหนือจากนั้น ให้ยื่นที่กองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา
หมวด ๓
การอนุญาต เงื่อนไขการอนุญาตและการก่อสร้างสะพาน
ข้อ ๑๑ กรุงเทพมหานครอนุญาตให้ก่อสร้างสะพานเข้าสู่ที่ดินของผู้ขออนุญาตเฉพาะกรณีที่มีเหตุผลตามความจำเป็นและมีความเหมาะสมกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้
() การก่อสร้างสะพานเข้าสู่บริเวณบ้านเป็นหลัง ๆ หรือเข้าสู่ที่ดิน หรือถนนเพื่อประโยชน์ในการสัญจรร่วมกัน ที่ดินของผู้ขออนุญาตจะต้องไม่มีทางเข้าออกอื่นและผู้ขออนุญาตต้องแสดงรายละเอียดการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ครบถ้วนชัดเจน
() การก่อสร้างสะพานเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาการจราจร
() การก่อสร้างสะพานเพื่อเข้าสู่ที่ดินที่ใช้เป็นถนนในโครงการจัดสรรที่ดิน
 () การก่อสร้างสะพานเชื่อมต่อระหว่างที่ดิน ๒ ฝั่ง ในกรณีที่ดินมีอาคารที่เข้าข่ายต้องมีทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะ ตามที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนด
() การก่อสร้างสะพานที่กรุงเทพมหานครเห็นว่ามีความจำเป็นและเหมาะสมเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ ตามที่กรุงเทพมหานครเห็นสมควร
ข้อ ๑๒ การอนุญาตให้ก่อสร้างสะพานข้ามคลองต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมอาคารกฎหมาย ว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายหรือระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง
ข้อ ๑๓ สะพานที่ขออนุญาตต้องไม่อยู่ในพื้นที่ที่มีประกาศกรุงเทพมหานคร ห้ามปลูกสร้างสิ่งอื่นใดในลำน้ำบริเวณนั้น
ข้อ ๑๔ ผู้ขออนุญาตต้องยินยอมยกสะพานที่ก่อสร้างให้เป็นสาธารณประโยชน์ และมีหน้าที่ดูแลและบำรุงรักษาสะพานดังกล่าวให้มีความมั่นคง แข็งแรงและสามารถใช้งานได้โดยสะดวกด้วย
ข้อ ๑๕ ผู้ขออนุญาตต้องมอบเงินให้แก่กรุงเทพมหานครเป็นจำนวนร้อยละ ๕๐ ของเงินค่าก่อสร้างสะพานที่คำนวณจากราคามาตรฐานของกรุงเทพมหานครเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสภาพคลองบริเวณที่ขออนุญาต
การมอบเงินให้แก่กรุงเทพมหานครตามวรรคแรก ไม่รวมถึงการขออนุญาตก่อสร้างสะพานไม้สะพานชั่วคราวและสะพานตามข้อ ๒๔
ข้อ ๑๖ กรณีก่อสร้างสะพาน หากเป็นการรอนสิทธิ์ที่ดินข้างเคียงหรือเป็นปัญหาทางกฎหมายผู้ขออนุญาตจะต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น
ข้อ ๑๗ ในกรณีผู้ขออนุญาตจะต้องยื่นเรื่องขออนุญาตตัดคันหิน ลดระดับคันหินทางเท้าและทำทางเชื่อมในที่สาธารณะเพื่อเป็นทางเข้า-ออกรถยนต์ ต่อสำนักงานเขตพื้นที่ ตามระเบียบกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วยการขออนุญาตตัดคันหินทางเท้า ลดระดับคันหินทางเท้าและทำทางเชื่อมในที่สาธารณะ จะต้องได้รับอนุญาตก่อนดำเนินการก่อสร้างสะพาน
ข้อ ๑๘ การดำเนินการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก สะพานท่อและสะพานเหล็กผู้ดำเนินการก่อสร้างต้องเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้รับเหมาด้านงานทางไว้กับกรุงเทพมหานคร
ข้อ ๑๙ การก่อสร้างสะพานที่มีความจำเป็นต้องรื้อย้ายต้นไม้ สนามหญ้า ท่อระบายน้ำ เสาไฟฟ้าหรือสาธารณูปโภคอื่น ๆ ที่อยู่ในทางสาธารณะ ผู้ขออนุญาตจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เป็นเจ้าของก่อนดำเนินการก่อสร้างสะพาน
ข้อ ๒๐ ระหว่างการก่อสร้างสะพาน ผู้ขออนุญาตจะต้องจัดระบบระบายน้ำให้สามารถระบายน้ำได้ โดยไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน และปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่บริเวณที่ก่อสร้าง
ข้อ ๒๑ ถ้าตำแหน่งของสะพานที่ขออนุญาต มีเขื่อนเดิมของทางราชการ การตอกเสาเข็มสะพานจะต้องไม่กระทบกระเทือนต่อโครงสร้างเขื่อนเดิม หากเกิดความเสียหายขึ้น ผู้ขออนุญาตจะต้องซ่อมแซมให้คืนสภาพเดิม
ข้อ ๒๒ เมื่อดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องเก็บเศษวัสดุ อุปกรณ์ และรื้อถอนโครงสร้างชั่วคราวที่ใช้ในการก่อสร้างที่อยู่ในคลองออกให้หมดและขุดลอกคลองให้มีค่าระดับท้องคลอง ตามที่กรุงเทพมหานครกำหนด
ข้อ ๒๓ กรุงเทพมหานครมีสิทธิ์ที่จะยกเลิกการอนุญาตตามระเบียบนี้ได้ ถ้าผู้ขออนุญาตกระทำการฝ่าฝืนเงื่อนไขในการอนุญาต หรือกรุงเทพมหานครมีความจำเป็นเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการจราจร หรือเพื่อความปลอดภัยของผู้สัญจรทางน้ำ ทางบกและผู้อยู่อาศัยที่อยู่ในบริเวณข้างเคียงด้วย
หมวด ๔
ลักษณะ รูปแบบของสะพาน
ข้อ ๒๔ สะพานที่เข้าสู่บริเวณบ้านพักอาศัยเป็นหลัง ๆ ให้สร้างได้กว้างไม่เกิน ๔.๐๐ เมตร
ข้อ ๒๕ สะพานที่เข้าสู่ที่ดินหรือถนนเพื่อประโยชน์ในการสัญจรร่วมกัน ให้สร้างได้กว้างไม่เกินความกว้างของถนนที่เชื่อมต่อกับสะพานและมีความกว้างไม่เกิน ๑๒.๐๐ เมตร
ข้อ ๒๖ สะพานที่เข้าสู่ที่ดินที่ใช้เป็นถนนในโครงการจัดสรรที่ดิน ให้สร้างได้กว้างไม่เกินความกว้างของถนนในโครงการจัดสรรที่ดิน ตามกฎหมายจัดสรรที่ดิน หากสะพานมีความกว้างเกิน
๑๒.๐๐ เมตร ต้องจัดให้มีช่องว่างกลางสะพานตลอดความยาวของสะพานกว้างไม่น้อยกว่า ๑.๕๐ เมตรพร้อมราวสะพานที่มั่นคง แข็งแรงกั้นช่องว่างกลางสะพานดังกล่าวด้วย
ข้อ ๒๗ แนวศูนย์กลางสะพานต้องไม่เชื่อมกับถนนบริเวณทางร่วมหรือทางแยกสาธารณะที่มีความกว้างตั้งแต่ ๖.๐๐ เมตรขึ้นไป และต้องห่างจากจุดเริ่มต้นโค้งหรือหักมุมของขอบทางร่วมหรือทางแยกสาธารณะเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า ๒๐.๐๐ เมตร
ข้อ ๒๘ แนวศูนย์กลางสะพานต้องไม่เชื่อมกับถนนบริเวณเชิงลาดสะพาน และต้องอยู่ห่างจากจุดสุดเชิงลาดสะพานเป็นระยะไม่น้อยกว่า ๕๐.๐๐ เมตร เว้นแต่สะพานที่เชื่อมกับถนนที่มีทางขนานข้างสะพาน
ข้อ ๒๙ สะพานที่เข้าสู่ที่ดินหรือถนนเพื่อประโยชน์ในการสัญจรร่วมกัน หรือเข้าสู่โครงการจัดสรรที่ดิน จะต้องมีโครงสร้างที่มั่นคง แข็งแรงและต้องสามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ตามมาตรฐานAASHTO HS 20-40 ส่วนสะพานที่เข้าสู่บริเวณบ้านเป็นหลัง ๆ จะต้องมีโครงสร้างที่มั่นคง แข็งแรงและต้องสามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ตามมาตรฐาน AASHTO HS 15-44 โดยผู้ขออนุญาตต้องติดตั้งป้ายควบคุมน้ำหนักบรรทุกให้สอดคล้องกับค่ามาตรฐานการออกแบบสะพาน ให้ผู้ใช้สะพานสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ข้อ ๓๐ สะพานที่เข้าสู่บริเวณบ้านเป็นหลัง ๆ กำหนดให้มีส่วนลาดชันไม่เกิน ๑๐ ใน ๑๐๐และสะพานที่เข้าสู่ที่ดินหรือถนนเพื่อประโยชน์ในการสัญจรร่วมกัน กำหนดให้มีส่วนลาดชันไม่เกิน ใน ๑๐๐
ข้อ ๓๑ ตำแหน่ง เสาสะพานหรือกำแพงกันดิน ต้องอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ขวางทางน้ำไหลและไม่กีดขวางทางสัญจรทางน้ำ โดยให้เป็นไปตามข้อกำหนด ดังนี้
() แนวเขตคลองที่มีความกว้างไม่เกิน ๕.๐๐ เมตร ให้ก่อสร้างเป็นสะพานท่อได้ โดยให้ผนังของสะพานท่อทั้งสองด้านอยู่นอกแนวเขตคลอง
() แนวเขตคลองที่มีความกว้างน้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร กำหนดให้เสาสะพานทั้งสองด้านอยู่นอกแนวเขตคลอง
() แนวเขตคลองที่มีความกว้างตั้งแต่ ๑๐.๐๐-๑๕.๐๐ เมตร กำหนดให้สะพานมีช่องว่างระหว่างศูนย์กลางเสาสะพานช่วงกลาง กว้างไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ เมตร โดยตำแหน่งของศูนย์กลางเสาสะพานที่อยู่ช่วงกลางคลอง ต้องอยู่ห่างจากแนวศูนย์กลางคลองไม่น้อยกว่า ๓.๐๐ เมตร และเสาสะพานตัวริมทั้งสองด้านอยู่นอกแนวเขตคลอง
() แนวเขตคลองที่มีความกว้างมากกว่า ๑๕.๐๐ เมตร กำหนดให้สะพานมีช่องว่างระหว่างศูนย์กลางเสาสะพานช่วงกลาง กว้างไม่น้อยกว่า ๘.๐๐ เมตร โดยตำแหน่งของศูนย์กลางเสาสะพานที่อยู่ช่วงกลางคลอง ต้องอยู่ห่างจากแนวศูนย์กลางคลองไม่น้อยกว่า ๔.๐๐ เมตร และเสาสะพานตัวริมทั้งสองด้านอยู่นอกแนวเขตคลอง
() แนวเขตคลองที่มีความกว้างตั้งแต่ ๒๐.๐๐-๒๕.๐๐ เมตร กำหนดให้สะพานมีช่องว่างระหว่างศูนย์กลางเสาสะพานช่วงกลาง กว้างไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร โดยตำแหน่งของศูนย์กลางเสาสะพานที่อยู่ช่วงกลางคลอง ต้องอยู่ห่างจากแนวศูนย์กลางคลองไม่น้อยกว่า ๕.๐๐ เมตร และเสาสะพานตัวริมทั้งสองด้านอยู่นอกเขตคลอง
 () แนวเขตคลองที่มีความกว้างมากกว่า ๒๕.๐๐ เมตร กำหนดให้สะพานมีช่องว่างระหว่างศูนย์กลางเสาสะพานช่วงกลาง กว้างไม่น้อยกว่า ๑๒.๐๐ เมตร โดยตำแหน่งของศูนย์กลางเสาสะพานที่อยู่ช่วงกลางคลอง ต้องอยู่ห่างจากแนวศูนย์กลางคลองไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ เมตร และเสาสะพานตัวริมทั้งสองด้านอยู่นอกแนวเขตคลอง
() ตำแหน่งของเสาสะพานที่อยู่ในเขตคลอง ต้องมีระยะห่างระหว่างศูนย์กลางเสาสะพานกับแนวกำแพงกันดิน ไม่น้อยกว่า ๒.๐๐ เมตร
ข้อ ๓๒ เชิงลาดและปลายเชิงลาดสะพานต้องไม่ล้ำเข้าไปในผิวถนนสาธารณะ และจะต้องไม่กีดขวางทางเข้า-ออกของอาคาร หรือที่ดินของบุคคลอื่น เว้นแต่จะได้รับการยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของอาคารหรือเจ้าของที่ดิน ส่วนสะพานข้ามคลองที่มีถนนสาธารณะขนานตลอดแนวคลองกรุงเทพมหานครจะพิจารณาตามความเหมาะสมเป็นราย ๆ ไป
ข้อ ๓๓ รูปแบบของสะพานที่ขออนุญาตต้องคำนึงถึงความสวยงามด้านสถาปัตยกรรม การปรับเชิงลาดสะพาน ทางเท้า ทางระบายน้ำและอื่น ๆ เพื่อให้ใช้งานได้ดีและมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ข้อ ๓๔ กำหนดให้ก่อสร้างกำแพงกันดินตลอดความกว้างสะพานตามแนวเขตคลองให้มีความมั่นคง แข็งแรง สามารถป้องกันการพังทลายของดินริมตลิ่ง ตามค่าระดับออกแบบที่กรุงเทพมหานครกำหนดไว้ ซึ่งแนวกำแพงกันดินนี้จะต้องอยู่นอกเขตคลองและยื่นออกจากริมสะพานอย่างน้อยข้างละ
.๐๐ เมตร ในกรณีที่มีท่อระบายน้ำเดิมไหลลงคลอง จะต้องเปิดช่องให้น้ำไหลผ่านได้สะดวกและมีขนาดของช่องเปิดเท่ากับท่อระบายน้ำเดิม
ข้อ ๓๕ ในกรณีสะพานที่ขออนุญาตชิดที่ดินของบุคคลอื่น การก่อสร้างกำแพงกันดินตาม
ข้อ ๓๔ หากล้ำที่ดินบุคคลอื่นต้องได้รับการยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของที่ดิน กรณีที่ไม่สามารถก่อสร้างกำแพงกันดินอยู่นอกแนวเขตคลองได้ ให้ก่อสร้างกำแพงกันดินยื่นออกจากริมสะพานอย่างน้อยข้างละ ๓.๐๐ เมตร โดยให้อยู่ชิดแนวเขตคลองมากที่สุด
ข้อ ๓๖ กำหนดให้ระดับพื้นล่างสะพานท่อ มีค่าเท่ากับ -.๕๐๐ ตามค่าระดับน้ำทะเลปานกลางและระดับใต้พื้นสะพานท่อด้านบนมีค่าเท่ากับ ๑.๐๐๐ ตามค่าระดับน้ำทะเลปานกลาง
ข้อ ๓๗ กำหนดให้ค่าระดับต่ำสุดของโครงสร้างสะพานช่วงกลาง ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
() คลองที่มีการสัญจรทางน้ำด้วยเรือโดยสารหรือเรือบรรทุกขนาดใหญ่ มีค่าระดับไม่น้อยกว่า.๐๐๐ ตามค่าระดับน้ำทะเลปานกลาง
 () คลองที่มีการสัญจรทางน้ำด้วยเรือโดยสารหรือเรือบรรทุกขนาดเล็ก มีค่าระดับไม่น้อยกว่า.๐๐๐ ตามค่าระดับน้ำทะเลปานกลาง
() คลองที่ไม่มีการสัญจรทางน้ำ มีค่าระดับไม่น้อยกว่า ๒.๐๐๐ ตามค่าระดับน้ำทะเลปานกลางในกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามค่าที่กำหนดข้างต้นได้ กรุงเทพมหานครจะพิจารณาเป็นราย ๆ ไป
ข้อ ๓๘ กำหนดให้กำแพงกันดินต้องมีระยะจากปลายสุดของกำแพงกันดินอยู่ต่ำกว่าระดับขุดลอกคลองและจะต้องสามารถป้องกันมิให้ดินหลังกำแพงกันดินเกิดการยุบตัวไหลลอดผ่านใต้กำแพงกันดินลงสู่คลองในขณะที่ระดับน้ำในคลองลดลงถึงระดับขุดลอกคลอง ทั้งนี้ ให้ผู้ออกแบบคำนวณการป้องกันการไหลของดิน (Heave) โดยใช้ค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า ๒.
ข้อ ๓๙ สะพานที่ก่อสร้างข้ามผ่านสะพานทางเดินเลียบคลอง จะต้องจัดให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านได้โดยสะดวกและไม่เกิดอันตราย โดยผู้ขออนุญาตต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงาน
ที่ดูแลรับผิดชอบก่อน
หมวด ๕
บทเบ็ดเตล็ด
ข้อ ๔๐ หากกรุงเทพมหานครมีความจำเป็นต้องใช้สถานที่หรือแจ้งให้รื้อถอนสะพาน ผู้ขออนุญาตจะต้องดำเนินการทันทีโดยไม่มีเงื่อu3609 .ไขหรือเรียกร้องใด ๆ ทั้งสิ้น โดยผู้ขออนุญาตจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนทั้งหมด
ข้อ ๔๑ ในกรณีมีเหตุสมควรปฏิบัติเป็นอย่างอื่น ให้เสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาสั่งการเป็นกรณีไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ มกราคม พ.. ๒๕๔๙
อภิรักษ์ โกษะโยธิน
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร