แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรมทางหลวง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กรมทางหลวง แสดงบทความทั้งหมด

หลักเกณฑ์และเงื่อนไข การขออนุญาตระบายน้ำลงในเขตทางหลวงชนบท (ตามประกาศ กรมทางหลวง ลว.20 ก.ค. 53)

หลักเกณฑ์การขออนุญาต
1. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขออนุญาต
ต้องเป็นเจ้าของในที่ดินที่ประสงค์จะระบายน้ำลงในเขตทางหลวงชนบท หากเป็นนิติบุคคลให้ผู้ที่มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลเป็นผู้ยื่นคำขอ
2. หลักฐานประกอบการขออนุญาต
1.1 แบบฟอร์มคำขออนุญาตกระทำการใด ๆ ในเขตทางหลวงชนบท (ตามแบบ ข.2)
1.2 แบบแปลนแผนผังพร้อมรูปตัดแสดงการเดินท่อน้ำ ทิ้งภายในที่ดินของผู้ขออนุญาตจนกระทั่งมาบรรจบท่อระบายน้ำทางหลวงหรือทางระบายน้ำทางหลวง จำนวน 4 ชุด
1.3 แสดงระบบการจัดน้ำเสียให้ได้คุณภาพน้ำทิ้งตามประเภทอาคาร ที่ระบุไว้ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 44 (.. 2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.. 2522 หรือตามประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 3 (.. 2539) เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดประเภทโรงงานอุตสาหกรรม และนิคมอุตสาหกรรม หรือตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุม
การระบายน้ำทิ้งจากที่ดินจัดสรร ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2548 ซึ่งมีสถาบันทางราชการ หรือวิศวกรที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมรับรอง
1.4 สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต จำนวน 3 ฉบับ
1.5 สำเนาโฉนดที่ดิน จำนวน 3 ฉบับ (กรณีที่ที่ดินติดจำนองจะต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้รับจำนอง)
1.6 หนังสือมอบอำนาจในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการขออนุญาตแทน ติดอากรแสตมป์ 10 บาท
1.7 กรณีเป็นนิติบุคคลจะต้องมีหนังสือที่ลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจพร้อมตราประทับของนิติบุคคลนั้น ๆ และต้องมีหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนห้างหุ้นส่วน บริษัท กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล
3. การตรวจสอบสถานที่
เจ้าหน้าที่จะนัดหมายกับผู้ขออนุญาตเพื่อทำการตรวจสอบสถานที่ที่ขออนุญาตทำทางระบายน้ำในเขตทางหลวงชนบทก่อนที่จะอนุญาต และเมื่อได้รับอนุญาตให้ทำทางระบายน้ำแล้ว ผู้ขออนุญาตจึงจะสามารถทำทางระบายน้ำในเขตทางหลวงชนบทได้ โดยต้องทำตามเงื่อนไขที่กำหนด
4. สถานที่ยื่นคำขออนุญาต
ผู้ขออนุญาตสามารถขอรับแบบคำขออนุญาตฯ และยื่นแบบคำขออนุญาตฯ ได้ที่สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดทุกจังหวัด หรือที่สำนักบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบท หรือที่ web site / www.ddr.go.th และยื่นแบบคำขออนุญาตได้ที่สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดทุกจังหวัด หรือที่สำนักบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบท เลขที่ 9 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. 10220 โทร.0-2551-5000
(เอกสาร ล.2)

เงื่อนไขการอนุญาต
1. การขออนุญาตระบายน้ำลงในเขตทางหลวงชนบท จะขออนุญาตได้เฉพาะบริเวณที่ท่อระบายน้ำ หรือคูระบายน้ำของกรมทางหลวงชนบทมีความจุหรือมีความสามารถเพียงพอที่จะรับปริมาณน้ำดังกล่าวได้
2. ก่อนที่ผู้ได้รับอนุญาตจะลงมือกระทำการก่อสร้าง ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบททราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
3. เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ...... วัน เมื่อครบกำหนดแล้ว ปรากฏว่าผู้ได้รับอนุญาตยังไม่ทำการให้แล้วเสร็จ เนื่องจากผู้ได้รับอนุญาตละทิ้งงานหรือหลีกเลี่ยงไม่ทำตามแบบที่กำหนด หรือมีเหตุผลที่ไม่ควรให้ต่อเวลาทำการอีกต่อไป ผู้ได้รับอนุญาตยินยอมให้กรมทางหลวงชนบทเพิกถอนการอนุญาต โดยไม่เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น
4. ผู้ได้รับอนุญาตจะทำการก่อสร้างตามแบบและรายละเอียดที่ได้กำหนดไว้
5. ผู้ได้รับอนุญาตยินยอมให้กรมทางหลวงชนบท มีสิทธิที่จะออกแบบ เปลี่ยนแปลง แก้ไขเพิ่มเติมแบบให้เหมาะสมกับสภาพความเปลี่ยนแปลงของทาง หรือเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางหรือเพื่อบำรุงรักษาประการใดก็ได้ และหากมีการแก้ไขเป็นหน้าที่ของผู้ได้รับอนุญาตที่จะต้องปฏิบัติตามโดยออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
6. ผู้ได้รับอนุญาตจะหาวัสดุมาดำเนินการก่อสร้างตามแบบ และรายละเอียดที่กรมทางหลวงชนบทอนุญาต จะไม่ใช้วัสดุในเขตทางหลวงของกรมทางหลวงชนบท
7. ผู้ได้รับอนุญาตต้องติดตั้งป้ายจราจรตลอดจนเครื่องหมายควบคุมการจราจรอื่น ๆ ในระหว่างการก่อสร้างตามมาตรฐานทางหลวง และแนวทางปฏิบัติของคณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติหากจำเป็นต้องทำการก่อสร้างในเวลากลางคืน หรือส่วนของงานก่อสร้างหรือวัสดุอุปกรณ์ของงานก่อสร้างอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ทางในเวลากลางคืน ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องจัดให้มีไฟฟ้าแสงสว่างอย่างเพียงพอและป้ายจราจรที่ติดตั้งต้องเป็นชนิดสะท้อนแสง (Reflective) ด้วย
8. ผู้ได้รับอนุญาต จะต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทเข้าตรวจสอบการทำงานได้ตลอดเวลาเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อทางหลวง
9. เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบท มีอำนาจสั่งให้หยุดการทำการก่อสร้างในกรณีที่การก่อสร้างนั้นจะทำความเสียหายให้แก่ทางหลวงหรือเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ทาง
10. ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องรับผิดชอบ และชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการก่อสร้างทางระบายน้ำที่มีต่อทางหลวงหรือผู้ใช้ทาง
11. ในระหว่างการใช้สถานที่ที่ได้รับอนุญาต ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องควบคุมการใช้สถานที่ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และมีการรักษาความสะอาดสถานที่และเมื่อครบกำหนดการได้รับอนุญาตจะต้องดำเนินการทำความสะอาด เก็บเศษวัสดุอุปกรณ์ อันเกิดจากกิจกรรมที่ใช้สถานที่ให้เรียบร้อย และแจ้งให้กรมทางหลวงชนบทตรวจสอบจนเป็นที่พอใจ พร้อมทั้งจัดทำแบบตามที่ได้ก่อสร้างจริง(Asbuilt Plan) จำนวน 2 ชุด มอบให้เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทที่รับผิดชอบทางหลวงนั้นด้วย
(เอกสาร ง.2)
12. ในกรณีที่การขออนุญาตต้องทำการขุดรื้อผิวจราจร ทางเท้า หรือส่วนอื่นใดในโครงสร้างถนน ผู้ได้รับอนุญาตต้องซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิม ตามมาตรฐานและวิธีการที่กรมทางหลวงชนบทกำหนดและต้องรับผิดชอบความชำรุดเสียหายที่เกิดขึ้น ภายในเวลา 2 ปี
13. เมื่อกรมทางหลวงชนบทต้องสร้างหรือขยายทางหลวง หรือซ่อมแซมบำรุงทางหลวง ถ้าต้องรื้อถอนเคลื่อนย้ายสิ่งที่ได้รับอนุญาตเป็นภาระของผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการภายในกำหนดที่ได้รับแจ้งและหากเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ได้รับอนุญาต ผู้ได้รับอนุญาตจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆจากกรมทางหลวงชนบท
14. เมื่อผู้ได้รับอนุญาตได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมทางหลวงชนบท หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้รื้อย้ายทางระบายน้ำที่ได้รับอนุญาตให้พ้นเขตการก่อสร้างทางภายในเวลาที่กรมทางหลวงชนบทกำหนดผู้ได้รับอนุญาตจะทำการรื้อย้ายทันที และให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาที่ได้รับแจ้งโดยจะเป็นผู้จัดหาสถานที่จัดเก็บและเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น ถ้าหากผู้ได้รับอนุญาตรื้อย้ายไม่ทันภายในกำหนดระยะเวลาและเกิดความเสียหายขึ้นกับกรมทางหลวงชนบท ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตามผู้ได้รับอนุญาตยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กรมทางหลวงชนบท
15. ในกรณีที่การก่อสร้างตามคำขอนี้จำเป็นจะต้องตัดกิ่งไม้ในเขตทางผู้ได้รับอนุญาตจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมทางหลวงชนบทก่อน และกรมทางหลวงชนบทมีสิทธิที่จะกำหนดเงื่อนไขประการใดก็ได้
16. ผู้ได้รับอนุญาตจะซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดเสียหายให้อยู่ในสภาพเดิม ให้ได้มาตรฐานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานงานก่อสร้างเดิมของสิ่งก่อสร้างนั้น
17. หากเกิดความเสียหายแก่ถนนหรือทรัพย์สินของกรมทางหลวงชนบทขึ้นในภายหลังจากผู้ได้รับอนุญาตได้ดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตแล้ว โดยความเสียหายนั้นเกิดจากเหตุอันมาจากทางระบายน้ำที่ได้รับอนุญาตผู้ได้รับอนุญาตจะซ่อมแซม จัดหาใหม่ให้ดีเช่นเดิม ตามที่กรมทางหลวงชนบทกำหนดภายในระยะเวลา 15 วัน หลังจากได้รับแจ้งหรือตามระยะเวลาที่กรมทางหลวงชนบทกำหนดในกรณีเร่งด่วน
18. ให้ก่อสร้างบ่อพักไขมันในที่ดินของผู้ขออนุญาตบริเวณริมเขตทางของกรมทางหลวงชนบทก่อนเชื่อมท่อระบายน้ำลงสู่ทางระบายน้ำในเขตทางของกรมทางหลวงชนบท และให้ผู้ขออนุญาตจัดทำประตูน้ำสำหรับเปิดปิดเพื่อควบคุมการระบายน้ำไว้ด้วย ในกรณีที่น้ำระบายออกมาสกปรกจะสามารถปิดกั้นน้ำดังกล่าวไว้ได้
19. น้ำที่ระบายออกมาจะต้องเป็นน้ำที่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสียจนมีคุณภาพตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งที่กำหนดไว้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 44 (..2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ..2522 หรือตามประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 3 (.. 2539) เรื่องกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดประเภทโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม หรือประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากที่ดินจัดสรร (.. 2548) ห้ามระบายน้ำเน่าสกปรกลงสู่ทางระบายน้ำในเขตทางของกรมทางหลวงชนบท
20. ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องดูแลทางระบายน้ำในเขตทางของกรมทางหลวงชนบทให้น้ำที่ระบายออกมาสามารถไหลผ่านลงสู่คลองสาธารณะได้ไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังมีผลกระทบต่อโครงสร้างทางหลวง และความเสียหายของผู้อื่น ในกรณีที่มีปัญหาผู้ได้รับอนุญาตต้องรับผิดชอบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมตามที่กรมทางหลวงชนบทกำหนด โดยผู้ได้รับอนุญาตเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
21. ผู้ที่ได้รับอนุญาตจะต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทเข้าตรวจสอบการระบายน้ำและยินยอมปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทุกประการ
22. หากปรากฏหรือพบว่าผู้ได้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดหรือน้ำที่ปล่อยออกมามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กรมทางหลวงชนบทจะเพิกถอนการอนุญาตทันที โดยผู้ได้รับอนุญาตจะเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากกรมทางหลวงชนบทไม่ได้ และจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายดังกล่าวที่เกิดขึ้น


หลักเกณฑ์และเงื่อนไข การขออนุญาตทำทางเชื่อมเข้า – ออก ในเขตทางหลวงชนบท (ตามประกาศกรมทางหลวง ลว.20 ก.ค.2553)

1. คุณสมบัติของผู้ยื่นคำขออนุญาต
ต้องเป็นเจ้าของในที่ดินที่ประสงค์จะสร้างทางเข้า - ออกในเขตทางหลวงชนบท หากเป็นนิติบุคคลให้ผู้ที่มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลเป็นผู้ยื่นคำขอ
2. หลักฐานประกอบการขออนุญาต
2.1 แบบฟอร์มคำขออนุญาตกระทำการใด ในเขตทางหลวงชนบท (ตามแบบ .1)
2.2 แบบแปลนและแผนผังที่ตั้งที่ดินที่แสดงตำแหน่งอาคารกับทางเชื่อมเข้า - ออกในเขตทางหลวงชนบทตามแบบมาตรฐานทางเข้า - ออกที่กรมทางหลวงชนบทกำหนดไว้ จำนวน 4 ชุด
2.3 กรณีทางเชื่อมที่ขออนุญาตมีรัศมีเลี้ยวปากทางเข้า ออก ล้ำเข้าไปในที่ดินผู้อื่นจะต้องให้เจ้าของที่ดินนั้นแสดงความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร
2.4 สำเนาใบอนุญาตก่อสร้างอาคารพร้อมแบบแปลนแผนผังประกอบการอนุญาต จำนวน 1 ชุด
2.5 สำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต จำนวน 3 ฉบับ
2.6 สำเนาโฉนดที่ดิน จำนวน 3 ฉบับ (กรณีที่ที่ดินติดจำนองจะต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้รับจำนอง)
2.7 หนังสือมอบอำนาจในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นทำการขออนุญาตแทน ติดอากรแสตมป์ 10 บาท
2.8 กรณีเป็นนิติบุคคลจะต้องมีหนังสือที่ลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจพร้อมตราประทับของนิติบุคคลนั้น และต้องมีหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนห้างหุ้นส่วน บริษัทกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อแทนนิติบุคคล
3. การตรวจสอบสถานที่
เจ้าหน้าที่จะนัดหมายกับผู้ขออนุญาตเพื่อทำการตรวจสอบสถานที่ที่ขออนุญาตทำทางเชื่อมเข้า-ออกในเขตทางหลวงชนบทก่อนที่จะอนุญาต และเมื่อได้รับอนุญาตให้ทำ ทางเชื่อมเข้า-ออกแล้ว ผู้ขออนุญาตจึงจะสามารถทำทางเชื่อมเข้า ออกในเขตทางหลวงชนบทได้โดยต้องทำตามเงื่อนไขที่กำหนด
4. สถานที่ยื่นคำขออนุญาต
ผู้ขออนุญาตสามารถขอรับแบบคำ ขออนุญาตฯ ขอตรวจดูแบบมาตรฐานทางเข้าออกหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขได้ที่สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดทุกจังหวัด หรือที่สำนักบำรุงทางกรมทางหลวงชนบท หรือที่ web site / www.ddr.go.th และยื่นแบบคำขออนุญาตได้ที่สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดทุกจังหวัด หรือที่สำนักบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบท เลขที่ 9 ถนนพหลโยธินแขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. 10220 โทร.0-2551-5000


เงื่อนไขการอนุญาตทำทางเชื่อมเข้า ออก ในเขตทางหลวงชนบท

1. ก่อนที่ผู้ได้รับอนุญาตจะลงมือกระทำการก่อสร้าง ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบททราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
2. เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน.......วัน เมื่อครบกำหนดแล้ว ปรากฏว่าผู้ได้รับอนุญาตยังไม่ทำการให้แล้วเสร็จ เนื่องจากผู้ได้รับอนุญาตละทิ้งงานหรือหลีกเลี่ยงไม่ทำตามแบบที่กำหนด หรือมีเหตุผลที่ไม่ควรให้ต่อเวลาทำการอีกต่อไป ผู้ได้รับอนุญาตยินยอมให้กรมทางหลวงชนบทเพิกถอนการอนุญาต โดยไม่เรียกร้องค่าเสียหายใด ทั้งสิ้น
3. ผู้ได้รับอนุญาตจะทำการก่อสร้างตามแบบและรายละเอียดประกอบแบบไม่ว่าจะเป็นแบบขออนุญาตสร้างทาง ถนนหรือสิ่งอื่นใดในเขตทางหลวงเพื่อเป็นทางเข้า-ออก หรือแบบมาตรฐานทางเชื่อมชั่วคราวเข้า-ออกทางหลวงชนบทที่ได้กำหนดไว้
4. ผู้ได้รับอนุญาตยินยอมให้กรมทางหลวงชนบท มีสิทธิที่จะออกแบบ เปลี่ยนแปลง แก้ไขเพิ่มเติมแบบให้เหมาะสมกับสภาพความเปลี่ยนแปลงของทาง หรือเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทางหรือเพื่อบำรุงรักษาประการใดก็ได้ และหากมีการแก้ไขเป็นหน้าที่ของผู้ได้รับอนุญาตที่จะต้องปฏิบัติตามโดยออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น
5. ผู้ได้รับอนุญาตจะหาวัสดุมาดำเนินการก่อสร้างตามแบบ และรายละเอียดที่กรมทางหลวงชนบทอนุญาต จะไม่ใช้วัสดุในเขตทางของกรมทางหลวงชนบท
6. ผู้ได้รับอนุญาตต้องติดตั้งป้ายจราจรตลอดจนเครื่องหมายควบคุมการจราจรอื่น ในระหว่างการก่อสร้างตามมาตรฐานทางหลวง และแนวทางปฏิบัติของคณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติหากจำเป็นต้องทำการก่อสร้างในเวลากลางคืน หรือส่วนของงานก่อสร้างหรือวัสดุอุปกรณ์ของงานก่อสร้างอาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ทางในเวลากลางคืน ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องจัดให้มีไฟฟ้าแสงสว่างอย่างเพียงพอและป้ายจราจรที่ติดตั้งต้องเป็นชนิดสะท้อนแสง (Reflective) ด้วย
7. ผู้ได้รับอนุญาต จะต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทเข้าตรวจสอบการทำงานได้ตลอดเวลาเพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อทางหลวง
8. เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบท มีอำนาจสั่งให้หยุดการทำการก่อสร้างในกรณีที่การก่อสร้างนั้นจะทำความเสียหายให้แก่ทางหลวงหรือเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ทาง
9. ผู้ได้รับบอนุญาตจะต้องรับผิดชอบ และชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการก่อสร้างทางเชื่อมที่มีต่อทางหลวงหรือผู้ใช้ทาง (เอกสาร .1)
10. ในระหว่างการใช้สถานที่ที่ได้รับอนุญาต ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องควบคุมการใช้สถานที่ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และมีการรักษาความสะอาดสถานที่และเมื่อครบกำหนดการได้รับอนุญาตจะต้องดำเนินการทำความสะอาด เก็บเศษวัสดุอุปกรณ์ อันเกิดจากกิจกรรมที่ใช้สถานที่ให้เรียบร้อย และแจ้งให้กรมทางหลวงชนบทตรวจสอบจนเป็นที่พอใจ
11. ในกรณีที่การขออนุญาตต้องทำการขุดรื้อผิวจราจร ทางเท้า หรือส่วนอื่นใดในโครงสร้างถนนผู้ได้รับอนุญาตต้องซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิม ตามมาตรฐานและวิธีการที่กรมทางหลวงชนบทกำหนดและต้องรับผิดชอบความชำรุดเสียหายที่เกิดขึ้น ภายในเวลา 2 ปี
12. เมื่อกรมทางหลวงชนบทต้องสร้างหรือขยายทางหลวง หรือซ่อมแซมบำรุงทางหลวง ถ้าต้องรื้อถอนเคลื่อนย้ายสิ่งที่ได้รับอนุญาตเป็นภาระของผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการภายในกำหนดที่ได้รับแจ้งและหากเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของผู้ได้รับอนุญาต ผู้ได้รับอนุญาตจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายใด จากกรมทางหลวงชนบท
13. เมื่อผู้ได้รับอนุญาตได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมทางหลวงชนบท หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้รื้อย้ายทางเชื่อมเข้า-ออก ที่ได้รับอนุญาตให้พ้นเขตการก่อสร้างทางภายในระยะเวลาที่กรมทางหลวงชนบทกำหนด ผู้ได้รับอนุญาตจะทำการรื้อย้ายทันที และให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาที่ได้รับแจ้งโดยผู้ขออนุญาตจะเป็นผู้จัดหาสถานที่จัดเก็บและเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น ถ้าหากผู้ได้รับอนุญาตรื้อย้ายไม่ทันกำหนดเวลาและเกิดความเสียหายขึ้นกับกรมทางหลวงชนบท ไม่ว่ากรณีใด ก็ตามผู้ได้รับอนุญาตยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กรมทางหลวงชนบททั้งสิ้น
14. ในกรณีที่การก่อสร้างตามคำขอนี้จำเป็นจะต้องตัดกิ่งไม้ในเขตทาง ผู้ได้รับอนุญาตจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมทางหลวงชนบทก่อน และกรมทางหลวงชนบทมีสิทธิที่จะกำหนดเงื่อนไขประการใดก็ได้
15. ผู้ได้รับอนุญาตจะซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดเสียหายให้อยู่ในสภาพเดิม ให้ได้มาตรฐานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานงานก่อสร้างเดิมของสิ่งก่อสร้างนั้น
16. หากเกิดความเสียหายแก่ถนนหรือทรัพย์สินของกรมทางหลวงชนบทขึ้นในภายหลังจากผู้ได้รับอนุญาตได้ดำเนินการตามที่ได้รับอนุญาตแล้ว โดยความเสียหายนั้นเกิดจากการทำทางเชื่อมเข้า-ออกที่ได้รับอนุญาตผู้ได้รับอนุญาตจะซ่อมแซมจัดหาใหม่ให้ดีเช่นเดิมตามที่กรมทางหลวงชนบทกำหนดภายในระยะเวลา 15 วัน หลังจากได้รับแจ้งหรือตามระยะเวลาที่กรมทางหลวงชนบทกำหนดในกรณีเร่งด่วน
17. ผู้ได้รับอนุญาตกระทำผิดเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใด ผู้ได้รับอนุญาตยินยอมให้กรมทางหลวงชนบทเพิกถอนการอนุญาตได้

ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงชนบทเ รื่อง การขออนุญาตกระทำการใด ๆ ในเขตทางหลวงชนบทพ.ศ. ๒๕๕๓

เพื่อให้การดำเนินการขออนุญาตสร้างทาง ถนน หรือสิ่งอื่นใดในเขตทางหลวงชนบทเพื่อเป็นทางเข้าออกทางหลวง การขออนุญาตระบายน้ำลงในเขตทางหลวงชนบท การขออนุญาตติดตั้งป้ายแนะนำสถานที่ในเขตทางหลวงชนบท และการขออนุญาตปักเสา พาดสาย วางท่อ ในเขตทางหลวงชนบทตามกฎหมายทางหลวง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย ไม่เป็นปัญหาอุปสรรคแก่งานทางและการจราจร และเป็นไปในแนวทางเดียวกันอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.. ๒๕๓๕และมาตรา ๓๙/๑ มาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๘ แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติทางหลวง (ฉบับที่ ๒) .. ๒๕๔๙ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ในฐานะผู้อำนวยการทางหลวงชนบทจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงชนบท เรื่อง การขออนุญาตกระทำการใด ๆ ในเขตทางหลวงชนบท พ.. ๒๕๕๓
ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อครบกำหนดหกสิบวันนับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ให้ยกเลิก
() ประกาศกรมทางหลวงชนบท เรื่อง การขออนุญาตกระทำการใด ๆ ในเขตทางหลวงชนบทของกรมทางหลวงชนบท ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๔๗
() ประกาศกรมทางหลวงชนบท เรื่อง การขออนุญาตติดตั้งป้ายแนะนำ ลงวันที่๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๐
ข้อ ๔ การขออนุญาตกระทำการใด ๆ ในเขตทางหลวงชนบทต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้
() การขออนุญาตกระทำการตามมาตรา ๓๗ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามเอกสาร ล.1และเงื่อนไข ตามเอกสาร ง.1 แนบท้ายประกาศนี้
() การขออนุญาตกระทำการตามมาตรา ๓๙/๑ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามเอกสาร ล.2 และเงื่อนไข ตามเอกสาร ง.2 แนบท้ายประกาศนี้
() การขออนุญาตกระทำการตามมาตรา ๔๗ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามเอกสาร ล.3 และเงื่อนไข ตามเอกสาร ง.3 แนบท้ายประกาศนี้
() การขออนุญาตกระทำการตามมาตรา ๔๘ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามเอกสาร ล.4 และเงื่อนไข ตามเอกสาร ง.4 แนบท้ายประกาศนี้
        การขออนุญาตกระทำการตาม () ให้ใช้แบบคำขอตามแบบ ข.1 หรือการขออนุญาตกระทำการตาม () และ () ให้ใช้แบบคำขอตามแบบ ข.2 และการขออนุญาตกระทำการตาม ()ให้ใช้แบบคำขอตามแบบ ข.3 แนบท้ายประกาศนี้



ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.. ๒๕๕๓
วิชาญ คุณากูลสวัสดิ์
อธิบดีกรมทางหลวงชนบท
ในฐานะผู้อำนวยการทางหลวงชนบท