แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎหมาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎหมาย แสดงบทความทั้งหมด

ความหมายของ ภ.บ.ท. 5

เป็นแบบยื่นภาษีบำรุงท้องที่ ความหมายของที่ดิน ใน ภ.บ.ท. 5  หมายความว่า พื้นที่ดินและให้หมายความรวมถึงพื้นที่ที่เป็นภูเขาหรือที่มีน้ำด้วย (มาตรา 6) ซึ่งมีข้อยกเว้น ตาม (มาตรา 8) เจ้าของที่ดินไม่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องถิ่น สำหรับที่ดินต่อไปนี้
1)ที่ดินที่เป็นที่ตั้งพระราชวังอันเป็นส่วนสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
2)ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือที่ดินของรัฐที่ใช้ในกิจการของรัฐหรือสาธารณะ โดยมิให้หาผลประโยชน์
3)ที่ดินของราชการส่วนท้องถิ่นที่ใช้ในกิจการของราชการส่วนท้องถิ่น หรือสาธารณะโดยมิได้หาประโยชน์
4)ที่ดินที่ใช้เฉพาะการพยาบาลสาธารณะ การศึกษา หรือการกุศลสาธารณะ
5)ที่ดินที่ใช้เฉพาะศาสนกิจศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดไม่ว่าจะใช้ประโยชน์ศาสนกิจ ศาสนาใดศาสนาหนึ่งหรือที่ศาลเจ้าโดยมิได้หาผลประโยชน์
6)ที่ดินที่ใช้เป็นสุสานและฌาปนสถาน สาธารณะโดยมิได้รับประโยชน์ตอบแทน
7)ที่ดินที่ใช้ในการรถไฟ การประปา การไฟฟ้า หรือการท่าเรือของรัฐ หรือที่ใช้เป็นสนามบินของรัฐ
8)ที่ดินที่ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินอยู่แล้ว
9) ที่ดินของเอกชนเฉพาะส่วนที่เจ้าของที่ดินยินยอมให้ทางราชการจัดใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ โดยเจ้าของที่ดินมิได้ใช้ หรือหาประโยชน์ในที่ดินเฉพาะส่วนนั้น
10) ที่ดินที่เป็นที่ตั้งที่ทำการขององค์การสหประชาชาติ หรือองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ ที่มีข้อผูกพันยกเว้นตามอนุสัญญาหรือข้อตกลง
11) ที่ตั้งสถานทูต สถานกงสุล
12) ที่ดินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

การกระทำดังต่อไปนี้ ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร

กฎกระทรวง
ฉบับที่ 11 (.. 2528)
ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
.. 2522
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา 5(3) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.. 2522 รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 การกระทำดังต่อไปนี้ ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร คือ
(1) การเปลี่ยนโครงสร้างของอาคารโดยใช้วัสดุขนาด จำนวน และชนิดเดียวกับของเดิม เว้นแต่การเปลี่ยนโครงสร้างของอาคารที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก คอนกรีตอัดแรง หรือเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ
(2) การเปลี่ยนแปลงส่วนต่าง ๆ ของอาคารที่ไม่เป็นโครงสร้างของอาคาร โดยใช้วัสดุชนิดเดียวกับของเดิม หรือวัสดุชนิดอื่นซึ่งไม่เป็นการเพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างของอาคารเดิมส่วนหนึ่งส่วนใดเกินร้อยละสิบ
(3) การเปลี่ยนแปลง การต่อเติม การเพิ่ม การลด หรือการขยายซึ่งลักษณะขอบเขต แบบ รูปทรงสัดส่วน น้ำหนัก เนื้อที่ของส่วนต่าง ๆ ของอาคารที่ไม่เป็นโครงสร้างของอาคาร ซึ่งไม่เป็นการเพิ่มน้ำหนักให้แก่โครงสร้างของอาคารเดิมส่วนหนึ่งส่วนใดเกินร้อยละสิบ
(4) การลดหรือการขยายเนื้อที่ของพื้นชั้นหนึ่งชั้นใด ให้มีเนื้อที่น้อยลงหรือมากขึ้น รวมกันไม่เกินห้าตารางเมตร โดยไม่ลดหรือเพิ่มจำนวนเสาหรือคาน หรือ
(5) การลดหรือการขยายเนื้อที่ของหลังคา ให้มีเนื้อที่มากขึ้นรวมกันไม่เกินห้าตารางเมตร โดยไม่ลดหรือเพิ่มจำนวนเสาหรือคาน
       ทั้งนี้ การกระทำตามวรรคหนึ่งต้องไม่ขัดต่อกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 ข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามมาตรา 9หรือมาตรา 10 หรือประกาศของรัฐมนตรีที่ออกตามมาตรา 13 หรือมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.. 2522
ข้อ 2 การรื้อส่วนอื่นของโครงสร้างของอาคารดังต่อไปนี้ ถือเป็นการรื้อถอนอาคาร คือ
(1) กันสาดคอนกรีตเสริมเหล็ก
(2) ผนังหรือฝาที่เป็นโครงสร้างของอาคาร หรือผนังหรือฝาคอนกรีตเสริมเหล็ก
(3) บันไดคอนกรีตเสริมเหล็ก
(4) พื้นคอนกรีตเสริมเหล็กตั้งแต่พื้นชั้นที่สองของอาคารขึ้นไป
        ในกรณีที่มีการรื้อส่วนอื่นของโครงสร้างของอาคารตามวรรคหนึ่ง เพื่อกระทำการตามข้อ 1 ในส่วนที่เป็นการ
ดัดแปลงอาคาร มิให้ถือว่าการรื้อส่วนนั้นเป็นการรื้อถอนอาคาร
ให้ไว้ ณ วันที่ 26 สิงหาคม พ.. 2528
พลเอก สิทธิ จิรโรจน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

รวมข้อบัญญัติท้องถิ่น จังหวัดสมุทรปราการ

1
2
3
3.1
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36

ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่อำเภอบ้านแหลม อำเภอเมืองเพชรบุรี อำเภอท่ายาง และอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อำเภอหัวหิน และอำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ. 2553




ทีที่มา asa.or.th

พื้นที่ที่ห้ามก่อสร้างใดๆ
                ในประกาศกระทรวงฯฉบับนี้ ได้กำหนดพื้นที่ไว้ 2 บริเวณที่ห้ามการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ใดๆ ได้แก่ พื้นที่ในระยะ 6 เมตรจากริมฝั่งแม่น้ำ คลอง แหล่งน้ำสาธารณะ ซึ่งอยู่ในพื้นที่แนวน้ำท่วมหลาก ตามประกาศจังหวัดเพชรบุรีฯ ลงวันที่ 11 ส.ค. 2549 และอีกบริเวณหนึ่งคือ ในระยะ 12 เมตรโดยรอบแนวคันขอบอ่างเก็บน้ำเขาเต่า

พื้นที่โดยรอบโบราณสถาน
                ประกาศฯฉบับนี้ กำหนดให้พื้นที่โดยรอบโบราณสถานต่างๆ ในรัศมีโดยรอบ 100 เมตร ให้มีได้ก็แต่เฉพาะอาคารที่มีความสูงไม่เกิน  6 เมตร

การก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม
                ยังคงห้ามและมีข้อกำหนดยกเว้นเช่นเดิม คือ อนุญาตโรงงานจำพวกที่ 1 และห้ามโรงงานจำพวกที่ 2 และ 3 ยกเว้นในบริเวณที่ 4 ซึ่งสามารถทำได้เฉพาะที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายประกาศฯ ข้อแตกต่างจากประกาศฯฉบับก่อน คือ ในบริเวณที่ 5 แม้จะสร้างโรงงานจำพวกที่ 1 ได้ แต่จำกัดไว้ที่พื้นที่ไม่เกิน 100 ตร.ม.

50 เมตรแรกจากแนวชายฝั่งทะเล
                นอกจากบริเวณซึ่งวัดจากแนวชายฝั่งทะเลเข้ามาในแผ่นดิน 50 เมตรแรกแล้ว พื้นที่ในรัศมี 100 เมตรโดยรอบเขตพระตำหนักห้วยทรายใหญ่ (อยู่ในบริเวณที่ 5) ก็มีข้อกำหนดเช่นเดียวกัน คือ ความสูงอาคารไม่เกิน เมตร และพื้นที่อาคารรวมไม่เกิน 75 ตร.ม. แต่ในประกาศฯฉบับนี้ได้เพิ่มข้อกำหนดมากขึ้น คือ จะต้องเป็นอาคารเดี่ยว ชั้นเดียว มีระยะห่างระหว่างอาคารแต่ละหลังไม่น้อยกว่า 4 เมตร ห่างจากเขตที่ดินข้างเคียง ไม่น้อยกว่า เมตร และมีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของแปลงที่ดินที่ขออนุญาต

ระยะถัดจาก 50 เมตรแรกไป
                ในระยะถัดไปอีก 150 เมตร คือตั้งแต่ระยะ 50 เมตรจากแนวชายฝั่งทะเลจนถึงระยะ 200 เมตรจากแนวชายฝั่งทะเล ข้อกำหนดความสูง 12 เมตรยังคงเดิม และเพิ่มข้อกำหนดพื้นที่อาคารรวม ไม่เกิน  2,000 ตร.ม. ในบริเวณที่ 4 และบริเวณที่ 5
                ประกาศฯฉบับนี้ยังได้เพิ่มข้อกำหนดสำหรับบริเวณที่ 4 และ 5 ในระยะถัดจาก 200 เมตรจากแนวชายฝั่งทะเลไปอีกเป็นระยะ 500 เมตรด้วย โดยมีข้อกำหนดความสูงไม่เกิน 23 เมตร และที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ 30

หลักเกณฑ์การวัดความสูง
                ประกาศฯฉบับนี้ยังได้กำหนดหลักเกณฑ์การวัดความสูงไว้ชัดเจนขึ้นด้วยเช่นเดียวกับในประกาศฯฉบับอื่นอีก 3 ฉบับที่ออกใช้บังคับพร้อมกัน (กรุณาดูในข่าวประกาศฯของจังหวัดกระบี่)

การจัดทำ IEE หรือ EIA
               สำหรับประเภทอาคารหรือประเภทโครงการที่จะต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) หรือ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก็ได้ปรับเปลี่ยนไปตามเกณฑ์ในประกาศกำหนดประเภทโครงการที่ได้ออกมากก่อนหน้าแล้ว เช่น กรณี โรงแรมหรือที่พักตากอากาศ หรืออาคารอยู่อาศัยรวม ก็ได้เพิ่มเกณฑ์พื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 500 แต่ไม่ถึง 4,000 ตร.ม. สำหรับการต้องจัดทำ IEE และ 4,000 ตร.ม. ขึ้นไป สำหรับการต้องจัดทำ EIA
                สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งคือ กิจการที่มีการนำเอาบ้านพักอาศัย ห้องแถว ตึกแถว หรือบ้านแถว 10-79 หลัง/ห้อง ที่อยู่ในที่ดินแปลงเดียวกันหรือติดต่อกัน มาจัดให้บริการในรูปของสถานที่พักลักษณะโรงแรม ก็จะต้องจัดทำ IEE และหากจำนวนหน่วยมากกว่านั้นก็จะต้องจัดทำ EIA

The registration of a court order signed by the trustee.

The applicant must bring a letter with proof of land rights as a trustee is a court order to apply for registration as local land office where the land is situated. Or will be registered at the Land Office. Or any one of the Land Office. A registered trustee by court order. Upon investigation it was correct. One trustee is listed without notice. Registration of trustee by court order. Law does not require that the objection was. The application for registration as the trustee under the will, so when the sign of a registered trustee of the estate. Signed by a registered trustee by court order. The request is the claim that trustee. Ehgamrdk have not made wills. In such a case. Shall not be registered to one trustee. The applicant is the trustee by court order. Because as long as the court shall issue an order to be considered, such as the trustee. The trustee under the will. If that is not correct. I should ask the court to attach to.






The Department of Lands

Acquisition of Land by Alien

An alien is allowed to purchase land in Thailand for
residential purpose and the land to be purchased
shall be not more than one rai in area, and the
following rules and conditions must be met
1. Bringing money not less than Baht forty
million into the Kingdom for investment and
maintaining the investment not less than five years;
2. Permission must be obtained from the
Minister of Ministry of Interior;
3. Money brought into the Kingdom shall be
invested in one of the following businesses or
activities;
3.1 To purchase bonds of Thai Government,
bonds of Thai National Bank, bonds of State Enterprise
or bonds which the Ministry of Finance secures the
capital or interest,
3.2 An investment in a property mutual
fund, a property mutual fund or a mutual fund for
resolving financial institution problems established
under the law on Securities and Stock Exchange,
3.3 An investment in share capital of a
juristic person who is granted permission of
investment under the law on promotion of investment,
3.4 An investment in an activity as
declared by the Board of Investment to be an
activity eligible to be granted promotion of
investment under the law on promotion of
investment;
4. The land to be acquired shall be located in
Bangkok Metropolis, Pattaya City, or Tessaban
(Municipality), or in the area specified as residential
zone according to the law on Town and Country
Planning and shall not be located in a military safety
zone according to the law on Military Safety Zone;
5. An alien, who is granted permission, shall
utilize the land only for residence for his/herself and
the family in a way that is not contrary to the local
custom or good living of the local community;
6. If an alien, who is granted permission to
acquire such land, does not comply with the rules
and conditions specified, he/she shall disposes of
such land in the portion of his/her possession within
the period of time specified by the Director General
of the Department of Lands which shall be not less
than one hundred eighty days and not more than one
year. If the time limit elapses, the Director General
shall have the power to dispose of such land;
7. If an alien, who is granted permission to
acquire such land, does not utilize the land for
residence within two years as from the day the
registration for land acquisition is made, the Director
General shall have the power to dispose of such
land.
ที่มา กรมที่ดิน

Acquisition of Land by Alien

An alien is allowed to purchase land in Thailand for
residential purpose and the land to be purchased
shall be not more than one rai in area, and the
following rules and conditions must be met
1. Bringing money not less than Baht forty
million into the Kingdom for investment and
maintaining the investment not less than five years;
2. Permission must be obtained from the
Minister of Ministry of Interior;
3. Money brought into the Kingdom shall be
invested in one of the following businesses or
activities;
3.1 To purchase bonds of Thai Government,
bonds of Thai National Bank, bonds of State Enterprise
or bonds which the Ministry of Finance secures the
capital or interest,
3.2 An investment in a property mutual
fund, a property mutual fund or a mutual fund for
resolving financial institution problems established
under the law on Securities and Stock Exchange,
3.3 An investment in share capital of a
juristic person who is granted permission of
investment under the law on promotion of investment,
3.4 An investment in an activity as
declared by the Board of Investment to be an
activity eligible to be granted promotion of
investment under the law on promotion of
investment;
4. The land to be acquired shall be located in
Bangkok Metropolis, Pattaya City, or Tessaban
(Municipality), or in the area specified as residential
zone according to the law on Town and Country
Planning and shall not be located in a military safety
zone according to the law on Military Safety Zone;
5. An alien, who is granted permission, shall
utilize the land only for residence for his/herself and
the family in a way that is not contrary to the local
custom or good living of the local community;
6. If an alien, who is granted permission to
acquire such land, does not comply with the rules
and conditions specified, he/she shall disposes of
such land in the portion of his/her possession within
the period of time specified by the Director General
of the Department of Lands which shall be not less
than one hundred eighty days and not more than one
year. If the time limit elapses, the Director General
shall have the power to dispose of such land;
7. If an alien, who is granted permission to
acquire such land, does not utilize the land for
residence within two years as from the day the
registration for land acquisition is made, the Director
General shall have the power to dispose of such
land.
ที่มา กรมที่ดิน

สิทธิของผู้เช่านา

สำหรับผู้เช่านา ย่อมมีสิทธิดังต่อไปนี้
() มีสิทธิปลูกข้าวหรือพืชไร่ (มาตรา ๔๕)
ในฤดูการทำนา ผู้เช่านาย่อมมีสิทธิปลูกข้าวหรือพืชไร่ (พืชไร่ คือ พืชซึ่งต้องการน้ำน้อยและอายุสั้น หรือพืชที่สามารถเก็บเกี่ยวครั้งแรกได้ภายใน ๑๒ เดือน) เช่น ถั่ว ข้าวโพด แต่ทั้งนี้จะปลูกพืชประเภทที่ คชก. จังหวัดได้ประกาศห้ามปลูกไม่ได้ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจหรือเพื่ออนุรักษ์ที่ดินและน้ำ
นอกจากนี้ ผู้ให้เช่านาจะมีข้อจำกัดให้ผู้เช่านาปลูกข้าว หรือพืชไร่อย่างใด เป็นการเฉพาะไม่ได้เช่น เถ้าแก่เฮงผู้ให้เช่านาจะบังคับให้ ตาสีปลูกแต่ข้าวโพดอย่างเดียวไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่า คชก. ตำบล
จะเห็นชอบด้วย (มาตรา ๔๕ วรรค ๒)
() มีสิทธิทำประโยชน์ในที่นา
การเช่านานั้น ผู้เช่านาสามารถที่จะใช้นานั้น เพื่อประโยชน์อย่างอื่น นอกจากการทำนาตามปกติโดยไม่ต้องเสียค่าเช่าเพิ่มแต่อย่างใด ในกรณีดังต่อไปนี้
.๑ ปลูกพืชอายุสั้นอื่น ๆ ในนาที่เช่าได้
.๒ ใช้นาที่เช่าบางส่วนทำสวนครัว เลี้ยงสัตว์ เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือการปลูกไม้ยืนต้นทั้งนี้ จะต้องไม่ทำให้สภาพของนาเปลี่ยนแปลง หรือเป็นอุปสรรคต่อการปลูกพืชหลัก เช่น จะใช้นาที่เช่ามาทั้งหมดไปขุดบ่อเลี้ยงปลาไม่ได้ (มาตรา ๔๗)
() มีสิทธิเช่านาต่อแม้จะเปลี่ยนเจ้าของนาแล้ว
แม้ผู้ให้เช่านาจะโอนที่ให้แก่คนอื่น สัญญาเช่านาก็ยังคงใช้ได้อยู่ไม่เลิกไป และถือว่าเจ้าของคนใหม่เป็นผู้ให้เช่า (มาตรา ๒๘)
 () สิทธิในการเช่าตกทอดไปเมื่อผู้เช่านาตาย
แม้ว่าผู้เช่านาจะถึงแก่ความตายก็ตาม สัญญาเช่านาก็ไม่เลิก ตามกฎหมายยังอนุญาตให้สามีภรรยา บุพการี (เช่น พ่อ แม่ ฯลฯ) หรือผู้สืบสันดาน (เช่น ลูก หลาน ฯลฯ) หรือญาติสนิทของผู้เช่านาซึ่งเป็นผู้มีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวกับการทำนานั้นมีสิทธิแสดงความจำนงขอเช่านาต่อผู้ให้เช่านา หรือผู้แทนหรือต่อ คชก. ตำบล ภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ผู้เช่านาถึงแก่ความตาย เมื่อแสดงความจำนงแล้วก็ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้เช่านาสืบต่อไปและถ้ามีบุคคลหลายรายแสดงความจำนง และไม่สามารถตกลงกันได้ว่าใครควรจะเช่าต่อ คชก.ตำบลมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด (มาตรา ๒๙)
() มีสิทธิในการซื้อนาที่เช่าก่อนคนอื่น
เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้เกษตรกรผู้เช่ามีโอกาสซื้อนาเป็นของตนเองได้ตามควร กฎหมายจึงกำหนดว่าผู้เช่านาอาจขอซื้อนาที่เช่าได้ก่อนคนอื่น ดังนี้
.๑ ถ้าผู้ให้เช่านาอยากขายนาที่ให้เช่า (รวมถึงการขายฝาก การแลกเปลี่ยน และการโอนชำระหนี้จำนองด้วย) ผู้ให้เช่านาจะต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้เช่านารู้ก่อนว่าผู้ให้เช่ามีความประสงค์จะขายนาที่ให้เช่านั้น โดยแจ้งราคาที่จะขายและวิธีการชำระเงิน ว่าจะจ่ายสด หรือผ่อนเป็นงวด ๆ ให้ผู้เช่าและประธาน คชก. ตำบลทราบ เพื่อแจ้งให้ผู้เช่านาทราบภายใน ๑๕ วันถ้าผู้เช่านาประสงค์จะซื้อ ต้องแจ้งต่อประธาน คชก. ตำบล ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันรับแจ้งและผู้ให้เช่านาจะต้องยอมขายตามที่ได้แจ้งนั้น (มาตรา ๕๓ วรรค ๑)
.๒ ถ้าผู้เช่านาจะซื้อตามราคาที่แจ้ง แต่ไม่ตกลงกันในวิธีการชำระเงิน เช่น เถ้าแก่ซัวจะขายเงินสด แต่ตาสีจะขอผ่อนเป็นงวด ๆ ในกรณีเช่นนี้ คชก. ตำบล เข้าไกล่เกลี่ยโดยจะมีการขยายกำหนดชำระเงิน หรือคำสั่งอย่างอื่นก็ได้ แต่จะขยายกำหนดเวลาชำระเงินเกินกว่า ๑ ปี ต่อจากระยะเวลาที่ผู้ให้เช่า
กำหนดไว้ไม่ได้ (มาตรา ๕๓ วรรค ๒)
.๓ ถ้าไม่แสดงเจตนาซื้อภายใน ๓๐ วัน นับแต่ได้รับแจ้งจากประธาน คชก. ตำบลหรือปฏิเสธไม่ซื้อ หรือจะซื้อ แต่ไม่ชำระเงินตามกำหนดเวลาที่ตกลงกัน หรือตามที่ คชก. ตำบล กำหนดให้ถือว่าผู้เช่านาหมดสิทธิจะซื้อ (มาตรา ๕๓ วรรค ๓)
.๔ ในกรณีที่ผู้ให้เช่านาจะขายนาให้แก่ผู้อื่น (เพราะผู้เช่านาหมดสิทธิที่จะซื้อนาเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามข้อ ๓) ถ้าการขายในราคาหรือวิธีการชำระเงินแตกต่างไปจากที่เคยแจ้งให้ผู้เช่านาทราบครั้งแรก จะต้องเปิดโอกาสให้ผู้เช่านาซื้ออีก คือต้องดำเนินการใหม่อีกครั้ง โดยแจ้งต่อประธาน คชก. ตำบล ถึงราคาที่จะขาย และวิธีการชำระเงิน เป็นต้น (มาตรา ๕๓ วรรค ๔) ถ้าผู้ให้เช่านาไม่ปฏิบัติตามวิธีการที่กฎหมายกำหนดในข้อ ๕.๑ หรือข้อ ๕.๔ ไม่ว่านาจะถูกโอนต่อไปยังผู้ใด ผู้เช่านามีสิทธิซื้อนาคืนจากผู้ที่ซื้อไปจากผู้ให้เช่า ตามราคาและวิธีการชำระเงินที่ผู้รับซื้อได้ซื้อไว้ หรือตามราคาตลาดแล้วแต่ราคาใดจะสูงกว่ากันแต่ผู้เช่านาจะต้องซื้อนาคืนภายใน ๒ ปี นับแต่ผู้เช่านารู้ หรือควรจะรู้ว่ามีการขายแต่ไม่เกิน ๓ปี นับแต่ผู้ให้เช่านาโอนมานั้นให้แก่ผู้ซื้อนานั้น (มาตรา ๕๔)